สตรีที่โหดที่สุดในโลก


November 23, 2017

ซีอุย ฆาตกรหรือแพะรับบาป

หนึ่งในฆาตกรของคดีสะเทือนขวัญในไทยนั้นหลายๆคนคงรู้จักชื่อของ ซีอุย ตำนานฆาตกรโหดที่ฆ่าเด็กเพื่อกินอวัยวะ ซีอุย หรือ หลีอุย แซ่อึ้ง เป็นชาวจีนที่อพยพมายังประเทศไทย เขาเกิดปี พ.ศ. 2470 ที่เมืองซัวเถา ประเทศจีน เป็นลูกคนที่ 3 จาก 12 คนของครอบครัวโดยพื้นฐานครอบครัวมีฐานะยากจนซึ่งทำการเกษตรหาเลี้ยงครอบครัว ซีอุยนั้นเป็นชื่อเรียกเพี้ยนๆของคนไทยจึงคุ้นเคยในชื่อ ซีอุย นั่นเอง สำหรับซีอุยแล้วเขาเป็นชายตัวเล็กมีส่วนสูงเพียง 150 ซม. ทำให้เขามักถูกเพื่อนๆแกล้งและรังแกเสมอ ซีอุยมีความเชื่อฝังใจจากนักบวชรูปหนึ่งที่เขารู้จักโดยนักบวชผู้นั้นบอกว่า หากอยากแข็งแรงต้องกินเนื้อมนุษย์ เมื่อซีอุยอายุได้ 18 ปี เขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกส่งมาในสมรภูมิบริเวณชายแดนพม่า-จีน จนกระทั่งสงครามสงบลงเขาปลดจากการเป็นทหารและกลับมาอยู่ที่บ้าน แต่ด้วยความแร้งแค้นถูกได้รับชวนจากเพื่อนๆเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งเขาเดินทางเข้ามายังอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งญาติของเขาอยู่ที่นั่นโดยทำอาชีพทำสวนผักและรับจ้างเป็นเวลา 8 ปี มีเรื่องเล่าว่าเขาเริ่มก่อคดีฆาตกรรมโดยเริ่มในปี พ.ศ. 2497 ตามความเชื่อเรื่องของการกินเนื้อมนุษย์ของเขาโดยเหยื่อของเขาส่วนใหญ่เป็นเด็ก เขาสังหารเด็กทั้งหมด 6 ราย โดยมีเพียงรายเดียวที่รอดชีวิตเป็นเด็กผู้หญิง เขาถูกจับในปี พ.ศ. 2501 และได้รับการตัดสินโทษประหารชีวิตในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2502 แต่มีความเชื่อว่า ซีอุย นั้นไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงแต่เป็นลูกชายของบุคคลที่มีอิทธิพลในท้องที่โดยซีอุยถูกบังคับให้รับโทษแทน

May 12, 2017

ธีโอดอร์ โรเบิร์ต บันดี้

ธีโอดอร์ โรเบิร์ต บันดี้ เกิดเมื่อ 24 พฤศจิกายน 1946 มารดาของเขาเอเลนัวร์ หลุยส์ โคเวล ท้องเมื่ออายุ 21 โดยที่ยังไม่แต่งงานและไม่มีการเปิดเผยจนทุกวันนี้ว่าพ่อที่แท้จริงของเท็ดคือใคร เนื่องจากในสมัยนั้นสังคมมองมารดานอกสมรสด้วยสายตาไม่ดีนัก เท็ดจึงถูกเลี้ยงมาในฐานะลูกของตาและยาย โดยบอกว่าหลุยส์เป็นพี่สาวของเขา เท็ดไม่รู้ความจริงนี้เลยจนกระทั่งลูกพี่ลูกน้องยกเรื่องนี้ขึ้นมากล่าวว่าเขาเมื่อมีอายุได้ราว 10 ปี เป็นที่แน่นอนว่าเรื่องนี้กลายเป็นแผลใจในวัยเด็กของเขาและเท็ดก็ไม่เคยให้อภัยแม่ที่คลอดเขาออกมาโดยไม่มีพ่อและยังพยายามปิดบังเรื่องนี้อีกด้วย

แซม โคเวลผู้เป็นตานั้นเป็นคนอารมณ์ร้าย นักวิจัยกล่าวว่าเท็ดได้รับลักษณะนี้มาเต็มๆ มีรายงานว่ามีการใช้กำลังในครอบครัวบ่อยๆ แต่เท็ดก็ไม่เคยถูกใช้กำลัง ตารักและเอ็นดูเขาในขณะที่เท็ดก็เคารพในตัวตาเป็นที่สุดเช่นกันหากจะกล่าวถึงคำว่า Serial Killer หรือฆาตกรคดีต่อเนื่องแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงแจ๊คเดอะริปเปอร์มากกว่า แต่ในความจริง คำว่า Serial Killer นี้ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อใช้เรียกฆาตกรที่มีชื่อเสียงที่สุดของอเมริกาคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็คือเท็ด บันดี้ นี่เอง

อาจจะกล่าวได้ว่าคดีของเท็ด บันดี้ เป็นคดีที่แปลกไปจากคดีอื่นๆ เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นในศาล ไม่ว่าใครก็ยากจะเชื่อได้ว่าชายหนุ่มหน้าตาดี ท่าทางมีความรู้ผู้นี้จะเป็นฆาตกรโหดในอาชญากรรมทางเพศไปได้ เท็ด บันดี้ถูกตัดสินโทษประหารในคดีฆาตกรรม 30 รายก็จริง หากในความจริงแล้วเชื่อกันว่าเหยื่อของเขามีไม่ต่ำกว่า 100 รายแน่นอน

May 12, 2017

จอห์น เวนย์ เกซี

จอห์น เวนย์ เกซีหลายคนคงเคยเห็น ฆาตกรตัวตลก ที่แต่งหน้าแต่งตัวเป็นตัวตลกตามละครสัตว์ในภาพยนตร์เรื่องต่างๆ จนเข้าใจกันไปว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น จนเขาได้รับฉายาว่า ตัวตลกโพโก้ แต่เบื้องหลังนั้น แท้จริงแล้วจอห์น เกซี่ เป็นชายหนุ่มที่มีความโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก โดยเขาเติบโตในครอบครัวที่พ่อเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่ 1 และในวัยเด็กเขามักจะถูกพ่อทำร้ายอย่างรุนแรง โดยเขาพยายามจะทำให้พ่อภาคภูมิใจในตัวเขา แต่ก็ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง ทั้งยังถูกพ่อตีและด่าว่า ไอ้ลูกแหง่ หรือไอ้หน้าโง่เสมอ มักจะชื่นชอบเด็กชายหน้าตาดี ซึ่งเป็นเหตุให้เขาเคยถูกจับเข้าคุกเป็นเวลา 2 ปี ในข้อหาลวนลามและทำร้ายร่างกายเด็กชาย และเมื่อออกจากคุกความผิดปกติขิงเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้น โดยเขามักจะใช้ฉากหน้าเป็นตัวตลก เพื่อก่อเหตุอาชญากรรมทางเพศโดยได้พาเด็กหนุ่มชื่อว่า ทิโมธี แม็คคอย กลับมาหลับนอนด้วย แต่เมื่อจอห์น เกซี่ ตื่นขึ้นมาก็เห็นเด็กหนุ่มกำลังถือมีด แต่เขากลับรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือฆาตกรรมเด็กชายอีกประมาณ 33 – 34 ราย ในเวลา 6 ปีและในที่สุดเขาก็ถูกตำรวจชิคาโก้จับกุมได้ ซึ่งหลังจากนั้น จอห์น เกซี่ ก็ได้รับสารภาพว่า เขาไม่สามารถจำจำนวนเหยื่อ รวมถึงเหยื่อที่เขาลงมือฆ่าได้ทุกคน ซึ่งหลังจากการพิจารณาคดีเนิ่นนานถึง 14 ปี เขาก็ถูกส่งขึ้นศาลในปี 1980 และศาลได้ตัดสินโทษประหารชีวิต ในปี 1994 ด้วยการฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือด จึงกลายเป็นจุดจบของฆาตกรตัวตลกนั่นเอง

May 12, 2017

เดนนิส เรเดอร์

เดนนิส เรเดอร์ ฆาตกรสุดโหดที่ดูเหมือนคุณพ่อธรรมดาๆ คนหนึ่ง เขามีครอบครัวและไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ แต่เบื้องหลังของเขาคือฆาตกรที่ฆ่าคนอย่างโหกชดเหี้ยมไปมากมาย เดนนิส เกิดและโตในแคนซัส เขามีงานที่มั่นคงและยังเป็นประธานของโบสถ์อีกด้วยเขาดูเป็นคนรักครอบครัวแต่เบื้องหลังเขามีอาการป่วยทางจิตและแนวโน้มที่จะเป็นฆาตกรจนกระทั่งเขาเริ่มกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องในปี 1974 ที่สังหารเหยื่อไปกว่า 10 ศพ การฆาตกรรมครั้งแรกของเขาเป็นที่มาของฉายา BTK Killer เมื่อจู่ๆเขาก็เดินเข้าไปในบ้านของครอบครัวโอเทโร และทำการฆาตกรรม พ่อแม่ลูกวัย 9 และ 11 ขวบ ทีละคนและทรมานพวกเขาทั้งหมดอย่างโหดเหี้ยมหลังจากที่เขาฆ่าทุกคนแล้วเขาก็ส่งจดหมายที่เขียนด้วยรายมือตัวเองส่งไปให้ตำรวจและสื่อโดยในจุดหมายระบุว่าเขาคือ BTK Killer ซึ่งวิธีการที่เขาชื่นชอบก็คือ การมัดเหยื่อ ทรมาน และฆ่าโดยมีชื่อเขาติดอยู่หลังจากนั้นการฆ่าของเขาเริ่มพิสดารมากขึ้น ภาพถ่ายดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเขาแต่งตัวศพเหยื่อด้วยเสื้อผ้าบางส่วนของเขา และเขาชอบการแสดงบทบาทสถานที่สมมุติระหว่างทำการฆาตกรรมแต่สุดท้ายเขาก็ตายน้ำตื้นเมื่อ เดนนิส ถามตำรวจในจดหมายว่าตำรวจจะตามรอยเขาได้หรือไม่ถ้าเขาจะให้ข้อมูลผ่าน Floppy Disk ตำรวจตอบเขากลับในหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์วันต่อมาว่าไม่สามารถตามรอยได้ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เดนนิส ส่งข้อมูลผ่าน Floppy Disk สีม่วง ซึ่งตำรวจได้กู้ข้อมูลที่เคยลบไปเป็นไฟล์ Word ที่มีข้อมูลเอกสารเกี่ยวกับโบสถ์ที่เขาทำหน้าที่ประธานและมีชื่อของเขาปรากฏอยู่ในเอกสารด้วยทำให้เขาถูกตำรวจจับกุม เนื่องจากในแคนซัสไม่มีโทษประหารชีวิตเขาจึงถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

May 12, 2017

เจฟรีย์ ดาห์เมอร์

เจฟรีย์ ดาห์เมอร์ เรื่องราวของฆาตกรเกย์โรคจิตคนนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เดือนกรกฎาคม 1991 เมื่อตำรวจเมืองมิลวอคกี้ ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบห้องพักหมายเลข 213 อ็อกฟอร์ด อพาร์ทเม้นท์ ตำรวจพบกับห้องพักที่ดูสะอาดเรียบร้อย เว้นแต่กลิ่นที่เหม็นเน่าอย่างรุนแรง นอกจากนี้ผนังห้องยังประดับไปด้วยรูปภาพถ่ายของศพที่ถูกกระทำอย่างวิตถาร นอกจากนี้ภายในตู้เย็นยังมีศีรษะมนุษย์ หม้อทำกับข้าวก็มีอวัยวะมนุษย์ถูกต้มจนเปื่อย โดยเจ้าของห้องคือนาย เจฟรีย์ ดาห์เมอร์

นาย เจฟรีย์ ดาห์เมอร์ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะและการศึกษาดี แต่เนื่องจากพ่อและแม่ให้กำเนิดเจฟรีย์ในช่วงที่ยังไม่พร้อม ทำให้ทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่บ่อยๆโดยฝ่ายพ่อของเจฟรีย์ทุ่มเทให้กับการเรียนปริญญาเอกจนลืมความสำคัญของครอบครัว ในขณะที่แม่นั้นล้มป่วยเนื่องจากจิตใจไม่มั่นคงและมีอาการประสาทอ่อนๆเนื่องจากความเครียดจากการเลี้ยงลูกเพียงลำพัง เจฟรีย์ในวัยเด็กขี้อาย แต่เขาชื่นชอบชุดทดลองวิทยาศาสตร์ของพ่อ เขานำศพของสัตว์มาทดลองมาละลายด้วยกรดหรือดองฟอร์มาลีนเป็นงานอดิเรกเมื่อเขาโตขึ้น เจฟรีย์ ดาห์เมอร์ มีงานอดิเรกที่น่าสยดสยองกล่าวคือเขาสะสมกระดูกและชิ้นส่วนของสัตว์มาเก็บเป็นที่ระลึก เขาสะสมอวัยวะของสัตว์ที่ตายไปแล้วโดยดองไว้ในถังพลาสติก ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของเขากับพ่อแม่เริ่มแย่ลง เจฟรีย์กลายเป็นเด็กมีปัญหา เขาเริ่มออกเที่ยวดื่มเหล้าใช้สารเสพติดเพื่อปลดปล่อยความทุกข์หลังจากที่พ่อและแม่ได้แยกทางกันต่อมาเขาได้รู้มาตัวเองเป็นเกย์เขาชอบผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ดังนั้นเขาจึงตั้งใจหาคนรักที่ซื่อสัตย์และไม่ต่อล้อต่อเถียงเขา นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขากลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต